วันศุกร์, 28 มกราคม 2565

เรื่องสั้นสอนใจ “ควายไถนา” แต่หมาได้กินข้าว

เราเชื่อว่าที่ทำงานของใครหลายๆคนย่อมมีคนแบบนี้อยู่ไม่มาก ก็น้อย โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนทำงานคือทำแต่งานจริงๆ มีงานมาก็ทำให้เสร็จตามระยะเวลาและเป้าหมาย แต่ไม่เคยเอาผลสำเร็จของงานไปอวดอ้างให้คนอื่นรับทราบกันทั่ว

ถ้ารู้ก็จะรู้เฉพาะในกลุ่มคนทำงานร่วมกันจริงๆ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าคนประเภทเราจะเติบโตในองค์กรได้ช้ากว่าคนที่ชอบทำงานเอาหน้า หรือชอบเอาผลงานของคนอื่น ของลูกน้องไปเป็นผลงานตัวเอง โดยที่ไม่บอกให้เจ้าตัวเค้ารู้ด้วยซ้ำ

มิหนำซ้ำบางคนยังชอบกักงานแต่พอรู้ตัวว่าจะทำไม่ทันก็จะโยนงานให้คนอื่น หลายคนคงรู้สึกแย่กับการได้ร่วมงานกับคนแบบนี้ รู้สึกไม่ค่อยมีความสุขกับการทำงาน

วันนี้เรามีนิทานเรื่องควายกับหมามาฝาก ให้ได้อ่านเพื่อเป็นแง่คิดกันค่ะ

ในสมัยอดีตกาลนานมาแล้ว สมัยที่เหล่าสัตว์ยังคงสามารถพูดจาสื่อสารกันได้

ชาวนาคนหนึ่งได้เลี้ยงสัตว์เอาไว้ 2 ตัว คือ เจ้าควาย กับ เจ้าหมา ในแต่ละวันสัตว์ทั้งสองตัวจะมีหน้าที่ออกไปทำนาตั้งแต่เช้าตรู่ พอใกล้เที่ยง ชาวนาจะออกไปตรวจดูความเรียบร้อย

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่เจ้าควาย และเจ้าหมา ออกไปทำนาแต่เช้าตามปกติ โดยที่เจ้าควายจะเป็นคนไถนา ทำนาอย่างขยันขันแข็ง เดินวนไปมาจนไถจนหมด เจ้าควาย ก็ทั้งเหนื่อยและหมดแรง จึงไปอาบน้ำล้างตัวและนอนพักใต้ต้นไม้ใหญ่

ส่วน เจ้าหมา ตั้งแต่มาถึงที่นาก็เอาแต่นอน พอเห็นว่าใกล้จะเที่ยง เป็นเวลาที่ชาวนาจะต้องมาตรวจ ง า นก็รีบลุกออกไปเดินย่ำบนผืนนาที่ควายได้ไถพรวนไว้จนทั่ว ทำให้ท้องนามีแต่รอยเท้าหมา เมื่อชาวนามาถึง เจ้าหมาก็รีบวิ่งไปหาด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนไปด้วยโคลน และบอกว่า

“ตนได้ไถนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด”

ชาวนาชื่นชมมาเป็นการใหญ่ แต่พอชาวนามองไปเห็น เจ้าควาย ที่นอนหลับอย่างสบายใจใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็รู้สึกโมโห จึงเข้าไปต่อว่า

“เจ้ามันเกียจคร้าน งานการไม่ทำ ไม่สมควรได้กินข้าว ต่อจากนี้ไปให้ไปกินหญ้าแทนข้าว และลงโ ท ษด้วยการให้นอนในคอกที่ชื้นแฉะ”

ส่วน เจ้าหมา

“เจ้าขยันขันแข็งช่วยคนทำนา ต่อจากนี้ให้กินอยู่แบบเดียวกับคน นอนในบ้านที่อบอุ่น”

นี่แหละคือสาเหตุที่ทำไม เจ้าควาย ถึงกินหญ้า และ เจ้าหมา ได้กินข้าว

***เป็นเพียงนิทานเท่านั้น

ในยุคปัจจุบันหากเปรียบกับการทำ ง า น หลายคนคงต้องเคยเจอเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ พวกที่ชอบเอาหน้า แต่การเอาหน้าไม่ถือว่าแปลก ถ้าคนที่เอาหน้านั้นก็ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย แต่ส่วนใหญ่ลักษณะนิสัยของคนเอาหน้ามักจะเป็นคนไม่ทำงาน หรือถ้าทำก็น้อยกว่าคนอื่น แต่อาศัยว่าพูดเยอะ พรีเซนท์ดี ชิงเอาความดีความชอบไปหมด ถ้าบังเอิญคุณต้องร่วมงานกับคนแบบนี้ สิ่งที่จะเบรกคนชอบเอาหน้าได้ก็คือ เราต้องไม่ยอม ต้องรู้จักการเรียกร้องสิทธิของตัวเอง อาจเป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่เวลาพูดต้องพูดให้มีศิลปะเพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานไว้

เพื่อนร่วมงาน มักเป็นสาเหตุให้เกิดดราม่าในออฟฟิศทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพวกขี้เมาท์ ทำงานเอาหน้า เลียเจ้านาย หน้าไหว้หลังหลอก ยักยอกผลงาน ร้ายน้อยหน่อยก็แค่รำคาญ แต่ถ้าร้ายมากๆ ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตและชีวิตการงานของเราได้เหมือนกัน

ถ้าคุณเป็นคนทำงาน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ต้องเจอเพื่อนร่วมงานลักษณะนี้ ทำมาก ทำน้อยเราไม่พูดถึง เพราะคนขี้ประจบมักพูดเกินจริงเสมอ ถ้าบังเอิญต้องร่วมงานกับคนแบบนี้ คุณต้องไม่กระโตกกระตากหรือแสดงความไม่พอใจที่ชัดเจนเกินไป จริงๆ แล้วของแบบนี้ขึ้นอยู่กับเจ้านายของคุณด้วย เจ้านายบางคนรู้ทันเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ ถึงจะขี้ประจบสักแค่ไหน เจ้านายก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ แต่ก็รู้ว่าลูกน้องแต่ละคนเป็นอย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย ตั้งใจทำงานต่อไป ผลที่ออกมาจะบอกเองว่าใครเป็นอย่างไร

ขอบคุณแหล่งที่มา: Gotoknow

Facebook Comments
error: Content is protected !!